น้าหลานบันเทิงป่วง

posted on 27 Sep 2008 17:44 by glamoreal

ตั้งแต่มาลอนดอนได้ไปเที่ยวกับแม่วันเดียว คือวันที่ 18 ที่ไปเที่ยวชมพวก must see ทั้งหลายก็คือ บิ็๊กเบน เวสต์มินสเตอร์ ลอนดอนอาย ฯลฯ ไม่ขอพูดถึงละกันเพราะทุกคนคงนึกภาพออก หลังจากนั้นก็ต้องตะลอนๆๆกันกับน้าปู เพราะแม่แยกไปเที่ยวกับเพื่อน (ยังงี้ก็มีด้วย) สนุกอ่ะ ได้ลองผิดลองถูกทุกอย่าง ฮ่าๆๆๆ นั่งรถไฟผิดสาย ขึ้นรถไฟผิดขบวน มนัสนันท์ได้มาทำที่นี่ครบค่ะ เดินอ้อมโลกก็ทำมาแล้ว ลงรถเมล์ผิดป้ายก็ทำมาแล้ว แสนจะสุขใจจริงจริ๊ง

พูดถึงเรื่องช้อปปิ้งที่นี่ ไม่ค่อยชอบที่ๆคนเค้าไปกันนะ อย่างอ็อกซ์ฟอร์ดหรือแฮร์รอดส์เนี่ย มันไม่เหมาะกะเรา ที่แรกต้องไปเบียดๆกับคนอีกล้านเจ็ด ฝุ่นก็เยอะ ร้านก็เยิน คิวก็ยาว ส่วนร้านหลังนี่ก็ไม่รู้มันจะไฮโซไปไหน ยังกะเข้าเฝ้าพระเจ้าจอร์จ กระเป๋าลากก็ห้ามเอาเข้า ยืนตรงเสาก็ไม่ได้ จะทำอะไรก็มียามมาไล่ตลอด หูตาดีจริงๆ (แต่ที่นี่ของที่ระลึกสวย ได้ของฝากที่บ้านตรึม ได้กระเป๋าฝากน้องพิงค์ พริม น้าดิว ได้ชากับขนมแปลกๆฝากตากับยาย ก็โอน่ะ)

ที่ช้อปที่เราขอแนะนำคือย่าน knightsbridge ตรงรอบนอกแฮร์รอดส์น่ะแหละ มันจะมีร้านคล้ายๆ อ็อกซ์ฟอร์ดแต่เล็กกว่า ของเหมือนกันเด๊ะ แต่คนน้อยกว่าเห็นๆ พนักงานก็เป็นมิตรกว่าด้วย

ใครที่อยากมาช้อปร้าน Primark ที่เค้าร่ำลือกันว่าของซ้วยสวย ทู้กถูกเนี่ย ระวังจะเป็นโรคฝุ่นคับปอดตายก่อนร้านที่ marble Arch ที่คิดว่าคงใหญ่สุดเนี่ยมันเยินมาก คนเยอะยังกะมดคันไฟ ชนกันไปมา ที่สำคัญคือความสกปรกค่ะ พื้นร้านโสมาก มีแต่ฝุ่นทั้งร้าน หยิบอะไรออกมาก็มีฝุ่นย้วยมาเป็นทาง สงสารน้าปูมากเลย ไอค่อกๆตลอดเวลา ต้องรีบเดินออกกันสุดฤทธิ์ ไม่เอาแล้วขอลานะ Primark

Cultural Tour

posted on 27 Sep 2008 17:32 by glamoreal

เรามาที่ลอนดอนกันนี่คุ้มสุดฤทธิ์ เพราะเรากับน้าปูชอบดูงานศิลปะแล้วก็ประวัติศาสตร์ เราก็ได้ไปที่ชอบๆ กันเกือบครบ ที่ชอบที่สุดก็คือ Victoria and Albert Museum แนะนำสำหรับคนชอบดูของสวยๆงามๆ เพราะที่นี่รวบรวม decorative arts ไว้เยอะมากๆ มีพวกข้างของเครื่องใช้ของราชวงศ์ต่างๆ ของโบราณจากเอเชียก็มีให้ดู แล้วก็มีรูปปั้นสวยๆ เราชอบดูพวกเสื้อผ้า กระจก หีบ ตู้ อะไรพวกนี้มากเพราะเค้าทำได้วิจิตรจริงๆ ของเอเชียสวยไม่แพ้ฝรั่งเลยนะขอบอก

พูดถึงเจ้าของชื่อพิพิธภัณฑ์ คือควีนวิคตอเรีย ควีนองค์นี้บริหารบ้านเมืองเก่งมากๆ ทุกคนคงจะพอจำได้ แต่ที่เราชอบเป็นพิเศษคือความรักที่พระองค์มีให้เจ้าชายอัลเบิร์ต มันน่ารักๆมากๆ สองพระองค์นี้เค้าจะมีบ้านจากอากาศอยู่ที่ไบรตัน เป็นที่ๆจะฝึกพระโอรสพระธิดาให้อยู่แบบสามัญชน ทำนู่นทำนี่เอง เราว่าจะไปเยือนที่วังนี่ซักวัน

เดินดูของสวยๆงามๆจนเมื่อยก็ไปนั่งกินอาหารที่คาเฟ่ของพิพิธภัณฑ์ โอ้พระเจ้าจอร์จมันยอดมากๆๆๆๆๆ สวยสุดๆ เพดานโค้งประดับภาพวาดอลังการ โคมไฟระย้าแบบว่ามลังเมลือง ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในห้องรับรองในวัง รสชาติอาหารก็พอใช้ได้แต่ที่ผิดคาดคือเค้กอร่อยมาก ทำให้พบข้อดีของอังกฤษอีกอย่างคือ ขนมและช็อคโกแลตอร่อย (ฮา) 

ปิดท้ายด้วยโปรแกรมลุย gift shop ซะหน่อย ปลิ้มช้อปเค้ามากๆ มีทั้งของเก่ากับของทันสมัย จัดวางดิสเพลย์ได้ดีมากๆ มีขายตั้งแต่เครื่องประดับสไตล์โบราณ (โคตรแพง) โปสการ์ดแนวๆ ปฏิทินสวยๆ ไปจนถึงอาหารของนักบินอวกาศเลยเชียวแหละ (อันหลังนี่มาไงไม่รู้เหมือนกัน แต่เค้ามีแผนที่อวกาศขายด้วยนะ)

ได้เสียตังวันละนิดจิตแจ่มใส ได้สมุดโปสการ์ดที่เราสามารถออกแบบลายได้เองมาหนึ่งเล่ม กับตราปั๊มแบบคลาสสิคๆ ให้บูม กล่องอาร์ตมากเลย คิดว่าน้องน่าจะชอบ

edit @ 27 Sep 2008 17:42:53 by ++GlamoReaL++

London 18-25 Sept 08

posted on 27 Sep 2008 17:18 by glamoreal

ในที่สุดก็มาถึงอังกฤษ

 เว้นว่างเขียนบล็อกไปนานเลยเพราะมัวแต่เที่ยวๆๆๆทุกวันให้คุ้มกับที่จะต้องเรียนหนัก ตอนนี้มาเที่ยวลอนดอนกับแม่แล้วก็น้าปู สนุกมากกกกก ทุกคนติดใจกันใหญ่ขอมาอีก เราไปพักอยู่ที่บ้านน้ากุ้ง เพื่อนน้าเล็ก ที่แถวๆเซนต์เจมส์พาร์ค บ้านสวยอลังการมาก เตียงนุ่มน่านอนสุดๆ หลับเป็นตายทุกคืน

 อยู่ที่นี่ดีคือ ชอบตื่นเช้า ไม่รู้ทำไม อาจจจะยังปรับเวลาไม่ได้ ตื่นเจ็ดโมงกว่าๆทุกวัน (อาจจะสายสำหรับคนอื่น ฮ่าๆ) ตื่นมาก็มีพี่บุญกองทำอาหารเช้าแบบไทยให้กิน อะไรจะสบายขนาดนี้เนี้ย มีน้องๆหลานน้ากุ้งมาให้เล่นด้วย หลงรักน้องจัสมินมากเธอน่ารักสุดๆ อายุสองขวบ ชอบใส่สร้อยบลิงๆ รองเท้าสีชมพู จะออกไปช้อปปิ้งทุกวัน 555 น้องเอเจก็น่ารักชอบชวนดูการ์ตูน แต่เวลาพี่แกต่อเลโก้ไม่สำเร็จละใครอย่าได้เข้าใกล้เลยเชียว

พอเราไปถึงเราก็ซื้อบัตรโดยสารรถที่เรียกว่า Oyster Card เอาไว้ใช้นั่งรถไฟใต้ดิน รถเมล์ แล้วก็รถไฟได้ในราคาเหมาจ่าย แนะนำสำหรับคนที่ไปอยู่ลอนดอนเกิน 7 วัน คุ้มมากๆ เราซื้อบัตรแบบ seven-day pass ราคา 24 ปอนด์กว่าๆ ไปนู่นมานี่ได้สองโซนคือโซน 1 กับ 2 ซึ่งตั๋วรถไฟใต้ดินราคาปกตินั่งไปหนึ่งสถานีก็เกือบสี่ปอนด์แล้วนะ

 ถ้าอยากดูภาพไปดูใน hi5 ขี้เกียจเอาลงที่นี่จ้า

อยู่ดีๆก็ครีเอทีฟ

posted on 14 Sep 2008 14:26 by glamoreal

ลองเอาเรื่องสั้นภาษาอังกฤษที่แต่งส่งอาจารย์ตอนเรียนวิชา Creative Writing มาลง มันมีหลายหน้า วันนี้่เอาหน้าเดียวก่อน ถ้าว่างจะมาลงต่อ

Glamoreal Publishing ขอเสนอ Abide by Love ภาค 1 ห้ามก็อปปี้โดยเด็ดขาด รู้อยู่แล้วว่าผิดกม.ลิขสิทธิ์ ใช่มั้ย

I am here again.

 

     The city of Beijing was in its full awakening. The street was jam-packed with noisy armies of cars, buses, bicycles and busy-looking pedestrians. The sound of bicycle bells and talking passersby were almost undistinguishable from the piercing sound of the automobile horns. Storekeepers were busy opening their shops to welcome the customers who began to bargain loudly. Cooking smoke and smells from restaurants and food stalls constantly overwhelmed the whole street.

     I pulled my jacket tightly to my shivering body. A thick layer of fog swirled lazily in the higher sky, acting like an effective filter for the beaming sun. Only a small amount of light and heat were able to penetrate through the mass. I strolled along the busy street until the white fence of the public park caught my eye. As I stood in front of the lush green park, I peered through the dense trees and saw neat rows of elderly people practicing their morning Tai-Keck. Their martial art-based movements were calm and steady, wondrously undisturbed by the hectic surroundings and chilly air. Their serenity was almost a world apart from the turbulence outside.

     The purity of the place instantly attracted me. I turned right into the entrance and walked straight to where the grandmothers and grandfathers were gathering. I found a perfect resting place on a stone bench near their practicing field.

     I am here again.

     Virtually nothing had changed since my last visit last year, except that this time I came alone. It had become a routine for me to pack up and fly here once the school holiday started. When I was in high school, I usually came here with my uncle, a distinguished eye doctor who had to participate in a doctors’ conference every year or two, or my grandmother who loved to travel here with her fellow teachers. But this time I was all by myself. My brother loathed flying. He always had terrible air-sickness. And my mother was incredibly firm when she refused to come here with me. She simply said that despite its cultural wealth and booming business, there was a serious lack of sanitation in China.

     That never prevented me from coming. As soon as I finished my sophomore year, Mom asked me what I wanted as a reward for my straight A’s, and I said ‘China.’ One week afterwards was spent on ticket booking and visa completion, and the next thing I know was that I was being called onboard on a plane bound for Beijing. Lack of company was not a big deal since I was able to communicate in Chinese. I was so eager to come here, partly because its rich civilization fascinated my spirit, and partly, perhaps the larger part, because of him.

edit @ 14 Sep 2008 14:54:07 by ++GlamoReaL++

back to basics

posted on 14 Sep 2008 13:52 by glamoreal

ตามหัวข้อเลย ตอนนี้หันหลับมาฟังเพลงไทยแล้ววว เพลงไทยเดี๋ยวนี้ทำดีขึ้นเยอะเลย ไม่รู้ได้อิืทธิพลจาก K-pop รึเปล่า อาจเป็นได้ว่ากลัวเกาหลีบุกยึดทางวัฒนธรรม เลยรีบสร้างวัฒนธรรมแบบเกาหลีขึ้นซะเอง..เอ๊ะยังไง

 สรุปคือ เดี๋ยวนี้เพลงไทยมีให้เลือกหลากหลายแนวขึ้น ศิลปินมีคุณภาพมากขึ้น(ส่วนใหญ่) อัลบั้มแต่ละอัลบั้มมีความประณีตมากขึ้น ไม่ใช่ทั้งอัลบั้มมีเพราะอยู่ครึ่งเพลงเหมือนเมื่อก่อน ไอ้เราที่ชอบฟังแนว Jazz, Blues, RnB ก็เลยรู้สึกว่ามีเพลงไทยให้ฟังเยอะขึ้น ก็ช่วยลดอาการเห่อของนอกไปได้บ้างเหมือนกัน

เมื่อก่อนน้องชายฟังแต่เพลงไทย เราก็อะไรเนี่ยเสี่ยวๆ เค้าต้องเกาหลี ญี่ปุ่น ไม่ใช่เหรอ แถมแนวเพลงก็มีแต่ร็อค คนที่ชอบก็คงสะใจดีแต่เราฟังแล้วเวียนหัว เอาง่ายๆคือเพลงไทยตอบโจทย์ชั้นไม่ได้ ก็หันไปหาเพลงจีน จบ (ไม่รู้เสี่ยวกว่าเดิมรึเปล่า) แต่บัดนี้ ต้องกลับมาซบแทบเท้า ศิลปินแกรมมี่ ฮ่าๆๆๆ ก็มันเพราะจริงๆนะ

จริงๆอยากจะก็อปลิงค์ฟังเพลงมาลง แต่ทำไม่เป็น ก็ได้แค่รีวิวอัลบั้มไปนะ นี่ซื้อของแท้มาเลยนะเนี่ย อุดหนุนพี่เค้าซะหน่อยหลังจากเอาใจออกห่างไปตั้ง 10 กว่าปี อัลบั้มที่ตอนนี้ชอบสุดๆก็คือ นี่เลย

 เพราะมากๆๆ เป็นการนำเพลงเก่าๆตลอด 25 ปีที่ผ่านมาของแกรมมี่มาทำใหม่ในแบบเพลงแจ๊ซ ใครที่ชอบฟังเพลงแนวสบายๆ นี่ต้องซื้อเลย เพลงที่แนะนำสุดๆเลยคือ ปาฏิหาริย์ เวอร์ชั่นนิว+จิ๋ว เดอะสตาร์ feat. โก้ มิสเตอร์แซ็กแมน

นอกจากนี้ก็มี อ๊อฟ ปองศักดิ์ อัลบั้มใหม่ (This is Aof) คนนี้เราแอบนอกใจพี่ Lee Hom และ Flytothesky ไปซื้ออัลบั้มเค้ามาหลายครั้ง ก็ถ้าคนมันมีคุณภาพจริงๆ มันก็ต้องมีคนติดตามอ่ะนะ แนะนำเพลง"ที่สูง" ถึงความหมายอาจจะแบบว่าไอ๋หยาน่ากลัวไปหน่อยแต่ก็ให้ข้อคิดดีมากๆ เลยเชียว

สุดท้ายแล้ว มีชายแล้วก็ต้องมีหญิง ศิลปินไทยฝ่ายหญิงที่ให้ชนะเลิศไปเลยคือ โรส ศรินทิพย์ จะมาแนวเดียวกับ อ๊อฟ เนอะ คือร้องเพลงแนวช้าๆ ซึ้งๆ เสียงดีใจหายด้วยกันทั้งคู่ โรสออกอัลบั้มใหม่แล้วนะ ฉลอง 25 ปีแกรมมี่เหมือนกัน เป็นรวมเพลงของนักร้องแกรมมี่รุ่นเก๋าๆที่เป็นแรงบันดาลใจของเค้า ที่เด่นๆเลยก็ A tu Corazon ที่พี่ปั่นเคยร้องไว้น่ะแหละ เพลงนี่แม่ชอบมาก พอโรสเอามาร้องลูกก็ชอบมากๆๆๆๆค่า

 จบการบรรยาย (ซะดื้อๆ) แต่เพียงเท่านี้แล

 

 

edit @ 14 Sep 2008 14:52:04 by ++GlamoReaL++

edit @ 14 Sep 2008 14:54:22 by ++GlamoReaL++